 |
นายทหารที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อฝึกเป็นนักบิน
๓ ท่านแรกแห่งสยามประเทศ ได้แก่ นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุนี สุวรรณประทีป)
นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง
สินศุข) นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต
ทั้ง ๓ ท่าน เดินทางถึงประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๒๑
มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๔ โดยมี นายพลโท
หม่อมเจ้าบวรเดช
อัครราชทูตพิเศษประจำกรุงปารีสทรงให้การต้อนรับ
และจ้างครูสอนภาษาฝรั่งเศสแก่นายทหารทั้งสามก่อนเริ่มเรียนการบิน
นายพันตรี
หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ เข้าเรียน ณ
โรงเรียนการบินวิลลาคูเบลย์ ใกล้กรุงปารีส ส่วนนายร้อนเอก หลวงอาวุธสิขิกร
และนายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต ฝึกบิน ณ
โรงเรียนการบิน มูร์ เมอะลอง เลอะกรังด์ ก่อนจะย้ายมาเรียนที่ วิลลาคูเบลย์
เช่นกัน
๒
กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๕ นายพันตรี
หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ นำเครื่องบินแบบเบรเกต์ และนายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร
นำเครื่องบินแบบนิเออปอรต์ ขึ้นบินเป็นครั้งแรกโดยเป็นการบินเดี่ยว จากนั้นไม่นาน
นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต
ก็สามารถบินเดี่ยวได้เช่นกัน
นอกจากการบินแล้ว ทั้งสามท่านยังเห็นว่า
การที่สยามจะมีเครื่องบินไว้ใช้เอง ต้องรู้จักการซ่อมบำรุงด้วย
จึงได้ศึกษาวิชาช่างเครื่องบินเพิ่มเติม
ในระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้น
ทั้งสามท่านได้บินทดสอบเครื่องบินที่กระทรวงกลาโหมสั่งซื้อมาจำนวน ๘ เครื่องได้แก่
เครื่องบินแบบเบรเกต์ และนิเออปอรต์ หลังสำเร็จการศึกษา
ได้เดินทางไปดูกิจการโรงเรียนการบิน Central Flying School และโรงเรียนทหารช่างของประเทศอังกฤษ
รวมถึงโรงเรียนการบินของประเทศรัสเซีย ที่เมือง Gatchina ก่อนจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๖
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖
ทั้งสามท่านได้นำความรู้ความสามารถทางการบินกลับมาพัฒนากิจการบินของไทย
ให้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและมั่นคง ต่อกองทัพอากาศจึงยกย่องให้เป็น
บุพการีทหารอากาศ
พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ (สุนี
สุวรรณประทีป) เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๐ ที่ตำบลบ้านไร่
อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรของหลวงอนุกูลราชกิจ (ทอง
สุวรรณประทีป) กับ นางอนุกูลราชกิจ (หรุ่น สุวรรณประทีป)
เข้าเรียนชั้นต้นที่โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส และโรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม เริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสวนกุหลาบ
จากนั้นจึงเข้าโรงเรียนนายร้อยทหารบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ – ๒๔๔๘
กระทั่งจบออกมารับราชการเป็นนายทหาร จนได้รับแต่งตั้งเป็น
นายพันตรีหลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันพิเศษ กองพลที่ ๕
ก่อนได้รับการคัดเลือกให้ไปเรียนวิชาการบินในประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม
พ.ศ.๒๔๕๔
นายพันตรี
หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ เข้าเรียนที่โรงเรียนการบิน วิลลาคูเบลย์
โดยฝึกกับเครื่องบินแบบเบรเกต์ ปีกสองชั้น
จนสำเร็จวิชาการบินตามหลักสูตรสโมสรการบินของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม
พ.ศ.๒๔๕๕ ได้บัตรนักบินหมายเลข ๑๐๙๐ จากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนการบินชั้นสูงของกองทัพบกฝรั่งเศส
ได้รับประกาศนียบัตรนักบินรบซึ่งเป็นขั้นสูงสุด ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๖
กลับถึงประเทศไทยในวันที่
๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ ได้เข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่าง โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ
สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
พ.ศ.๒๔๕๗
กระทรวงกลาโหมจัดตั้งกองบินทหารบก มี นายพันโท
พระเฉลิมอากาศเป็นผู้บังคับการท่านแรก
วันที่
๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ประเทศไทยประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑
ท่านได้เป็นผู้บังคับการกองทหารอาสานำกำลังพล ๑,๒๕๐ นาย ตามคำสั่งวันที่ ๑๙ มิถุนายน
พ.ศ.๒๔๖๑ เดินทางไปราชการสงครามในยุโรป ที่ประเทศฝรั่งเศส
จนสิ้นสงครามด้วยชัยชนะร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร
ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์ รามาธิบดีชั้นที่ ๓
กลับถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๒ และได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาในวันเดียวกัน
๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ เป็นเจ้ากรมอากาศยานทหารบกท่านแรก
๗
พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๓ ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาเฉลิมอากาศ
๑๑
พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๓ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลอากาศโท

นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยามศิลปสิทธิ์(หลง
สินศุข) เกิดเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๐ ณ บ้านหน้าวังบูรพาภิรมย์ กรุงเทพ เป็นบุตรของพระยาภาณุพันธุวรเดช
(แย้ม) และคุณหญิงภาณุพันธ์ (เพียน) เริ่มเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ
และศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๕ จบหลักสูตรเป็นนายร้อยตรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๙
รับราชการจนได้รับการแต่งตั้งเป็นนายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร รั้งตำแหน่งผู้บังคับกองพันพิเศษ
กองพลที่ ๕ ก่อนได้รับคัดเลือกไปศึกษาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส
นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร
เริ่มฝึกบินด้วยเครื่องบินแบบนิเออปอรต์ ปีกชั้นเดียว ณ โรงเรียนการบินที่ มูร์
เมอะลอง เลอะกรังต์ ก่อนย้ายไปเรียนที่วิลลาคูเบลย์
สำเร็จวิชาการบินตามหลักสูตรของสโมสรการบินฝรั่งเศส เมื่อ
วันที่
๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๖ ได้ประกาศนียบัตรเป็นนักบินฝรั่งเศส หมายเลขนักบิน ๑๓๘๕ อีกทั้งได้เรียนรู้การซ่อมเครื่องบินด้วย
กลับถึงประเทศไทยในวันที่
๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ และเข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่าง โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ
สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
พ.ศ.๒๔๕๗
กระทรวงกลาโหมจัดตั้งเป็นกองบินทหารบก โดยมีนายพันโท พระเฉลิมอากาศ เป็นผู้บังคับการกองบิน
พร้อมด้วย นายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร และ นายร้อยเอก หลวงทะยานพิฆาต
เป็นผู้ช่วยผู้บังคับการ ช่วยกันย้ายเครื่องบินจากสนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
เข้าสถานที่ตั้งใหม่ ณ ตำบลดอนเมือง ในวันที่ ๘ มีนาคม
๑๙
มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานของกรมอากาศยานทหารบกเป็นท่านแรก
๙
กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๗ เป็นนายพันเอก พระยาเวหาสยานศิลปะสิทธิ์ และต่อมาในเดือนสิงหาคม
พ.ศ.๒๔๗๕ รับตำแหน่ง เจ้ากรมอากาศยาน ต่อจาก นายพลตรี พระยาเฉลิมอากาศ
๒๖
กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๑ ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ เครื่องราอิสริยาภรณ์รามาธิบดี ชั้นที่ ๓

นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต (ทิพย์
เกตุทัต) เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๓๑ ณ บ้านในคลองบางกอกใหญ่
ตึกหน้าวัดหงษาราม กรุงเทพฯ เป็นบุตรของพระยาเวียงในนฤบาล (เจ็ก) และคุณหญิงเวียงในนฤบาล
(แก้ว) เริ่มเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ
และศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ และเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับคัดเลือกให้ไปศึกษาการบินที่
ประเทศฝรั่งเศส โดยขณะนั้นมียศเป็นนายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต
นายร้อยโท
ทิพย์
เกตุทัต เริ่มฝึกบินด้วยเครื่องบินแบบนิเออปอรต์ ณ โรงเรียนการบินที่ มูร์ เมอะลอง เลอะกรังต์ กับนายร้อยเอก
หลวงอาวุธสิขิกร ระหว่างฝึกบิน นายร้อยโท ทิพย์
เกตุทัต ได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินชนกันกลางอากาศในระยะสูง ๓๑ เมตร จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ณ เมืองแวร์ซายส์ เป็นเวลาถึง ๓ เดือนเศษ
แต่ในที่สุดก็ฝึกสำเร็จวิชาการบิน เมื่อนวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๖
ได้รับบัตรนักบินฝรั่งเศสหมายเลข ๑๓๒๔
กลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ และเข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่าง
โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
พ.ศ.๒๔๕๗
เป็นผู้ช่วยผู้บังคับการกองบินทหารบก ร่วมกับนายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร
๒
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๘ ได้รับการยกย่องในประกาศกระทรวงกลาโหม จากงานประดิษฐ์ “หีบเครื่องเขียนใบแจ้งเหตุแบบเกตุทัต
พ.ศ.๒๔๕๘” สำหรับส่งข่าวจากเครื่องบินได้สำเร็จ
๑๙
มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ เป็นผู้บังคับการกองบิน กรมอากาศยานทหารบก ยศนายพันตรี
และเป็นผู้บังคับการกองบินทหารบก กองทหารอาสา ในคราวไปราชการสงครามโลกครั้งที่ ๑
ที่ประเทศฝรั่งเศส
๑
เมษายน พ.ศ.๒๔๖๖ เป็นปลัดกรมอากาศยาน
๑๐
กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๒ เป็นผู้อำนวยการกองโรงงานอากาศยาน อัตรานายพันเอก
๑
ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๙ ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น
นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต ขอขอบคุณข้อมูลจาก พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ
|