Custom Search




บทความ
บุพการีทหารอากาศ (อ่าน 983/ตอบ 0)

                   นายทหารที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อฝึกเป็นนักบิน ๓ ท่านแรกแห่งสยามประเทศ ได้แก่ นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุนี สุวรรณประทีป) นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง  สินศุข)  นายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต
                   ทั้ง ๓ ท่าน เดินทางถึงประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๔  โดยมี นายพลโท หม่อมเจ้าบวรเดช  อัครราชทูตพิเศษประจำกรุงปารีสทรงให้การต้อนรับ และจ้างครูสอนภาษาฝรั่งเศสแก่นายทหารทั้งสามก่อนเริ่มเรียนการบิน
                   นายพันตรี  หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ เข้าเรียน  ณ โรงเรียนการบินวิลลาคูเบลย์ ใกล้กรุงปารีส ส่วนนายร้อนเอก หลวงอาวุธสิขิกร และนายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต ฝึกบิน ณ โรงเรียนการบิน มูร์ เมอะลอง เลอะกรังด์ ก่อนจะย้ายมาเรียนที่ วิลลาคูเบลย์ เช่นกัน
                   ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๕  นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ นำเครื่องบินแบบเบรเกต์ และนายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร นำเครื่องบินแบบนิเออปอรต์ ขึ้นบินเป็นครั้งแรกโดยเป็นการบินเดี่ยว จากนั้นไม่นาน นายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต ก็สามารถบินเดี่ยวได้เช่นกัน
นอกจากการบินแล้ว ทั้งสามท่านยังเห็นว่า  การที่สยามจะมีเครื่องบินไว้ใช้เอง ต้องรู้จักการซ่อมบำรุงด้วย จึงได้ศึกษาวิชาช่างเครื่องบินเพิ่มเติม

                   ในระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้น ทั้งสามท่านได้บินทดสอบเครื่องบินที่กระทรวงกลาโหมสั่งซื้อมาจำนวน ๘ เครื่องได้แก่ เครื่องบินแบบเบรเกต์ และนิเออปอรต์ หลังสำเร็จการศึกษา ได้เดินทางไปดูกิจการโรงเรียนการบิน Central Flying School และโรงเรียนทหารช่างของประเทศอังกฤษ รวมถึงโรงเรียนการบินของประเทศรัสเซีย ที่เมือง Gatchina  ก่อนจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖
                   ทั้งสามท่านได้นำความรู้ความสามารถทางการบินกลับมาพัฒนากิจการบินของไทย ให้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและมั่นคง ต่อกองทัพอากาศจึงยกย่องให้เป็น บุพการีทหารอากาศ





                   พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ (สุนี สุวรรณประทีป) เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๐ ที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรของหลวงอนุกูลราชกิจ (ทอง สุวรรณประทีป) กับ นางอนุกูลราชกิจ (หรุ่น สุวรรณประทีป) เข้าเรียนชั้นต้นที่โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส และโรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม เริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสวนกุหลาบ จากนั้นจึงเข้าโรงเรียนนายร้อยทหารบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ – ๒๔๔๘ กระทั่งจบออกมารับราชการเป็นนายทหาร จนได้รับแต่งตั้งเป็น นายพันตรีหลวงศักดิ์ศัลยาวุธ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันพิเศษ กองพลที่ ๕ ก่อนได้รับการคัดเลือกให้ไปเรียนวิชาการบินในประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๔
                   นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ เข้าเรียนที่โรงเรียนการบิน วิลลาคูเบลย์ โดยฝึกกับเครื่องบินแบบเบรเกต์  ปีกสองชั้น จนสำเร็จวิชาการบินตามหลักสูตรสโมสรการบินของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๕ ได้บัตรนักบินหมายเลข ๑๐๙๐ จากนั้นได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนการบินชั้นสูงของกองทัพบกฝรั่งเศส ได้รับประกาศนียบัตรนักบินรบซึ่งเป็นขั้นสูงสุด ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๖
                   กลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ ได้เข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่าง โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
                   พ.ศ.๒๔๕๗ กระทรวงกลาโหมจัดตั้งกองบินทหารบก มี นายพันโท พระเฉลิมอากาศเป็นผู้บังคับการท่านแรก
                   วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ประเทศไทยประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ ท่านได้เป็นผู้บังคับการกองทหารอาสานำกำลังพล ๑,๒๕๐ นาย ตามคำสั่งวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๑ เดินทางไปราชการสงครามในยุโรป ที่ประเทศฝรั่งเศส จนสิ้นสงครามด้วยชัยชนะร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์ รามาธิบดีชั้นที่ ๓ กลับถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๒ และได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาในวันเดียวกัน

                   ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ เป็นเจ้ากรมอากาศยานทหารบกท่านแรก
                   ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๓ ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาเฉลิมอากาศ
                   ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๓ ได้รับพระราชทานยศเป็น พลอากาศโท




                  นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยามศิลปสิทธิ์(หลง สินศุข) เกิดเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๐ ณ บ้านหน้าวังบูรพาภิรมย์ กรุงเทพ เป็นบุตรของพระยาภาณุพันธุวรเดช (แย้ม) และคุณหญิงภาณุพันธ์ (เพียน) เริ่มเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ และศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๕  จบหลักสูตรเป็นนายร้อยตรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๙ รับราชการจนได้รับการแต่งตั้งเป็นนายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร รั้งตำแหน่งผู้บังคับกองพันพิเศษ กองพลที่ ๕ ก่อนได้รับคัดเลือกไปศึกษาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส
                   นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร เริ่มฝึกบินด้วยเครื่องบินแบบนิเออปอรต์ ปีกชั้นเดียว ณ โรงเรียนการบินที่ มูร์ เมอะลอง เลอะกรังต์ ก่อนย้ายไปเรียนที่วิลลาคูเบลย์ สำเร็จวิชาการบินตามหลักสูตรของสโมสรการบินฝรั่งเศส เมื่อ   
                   วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๖ ได้ประกาศนียบัตรเป็นนักบินฝรั่งเศส หมายเลขนักบิน ๑๓๘๕  อีกทั้งได้เรียนรู้การซ่อมเครื่องบินด้วย
                   กลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ และเข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่าง โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
                   พ.ศ.๒๔๕๗ กระทรวงกลาโหมจัดตั้งเป็นกองบินทหารบก โดยมีนายพันโท พระเฉลิมอากาศ เป็นผู้บังคับการกองบิน พร้อมด้วย นายพันตรี หลวงอาวุธสิขิกร และ นายร้อยเอก หลวงทะยานพิฆาต เป็นผู้ช่วยผู้บังคับการ ช่วยกันย้ายเครื่องบินจากสนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร) เข้าสถานที่ตั้งใหม่ ณ ตำบลดอนเมือง ในวันที่ ๘ มีนาคม
                   ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานของกรมอากาศยานทหารบกเป็นท่านแรก
                   ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๗ เป็นนายพันเอก พระยาเวหาสยานศิลปะสิทธิ์ และต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๕ รับตำแหน่ง เจ้ากรมอากาศยาน ต่อจาก นายพลตรี พระยาเฉลิมอากาศ
                   ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๑ ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์  เครื่องราอิสริยาภรณ์รามาธิบดี ชั้นที่ ๓







                  นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต (ทิพย์ เกตุทัต) เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์  พ.ศ.๒๔๓๑ ณ บ้านในคลองบางกอกใหญ่ ตึกหน้าวัดหงษาราม  กรุงเทพฯ  เป็นบุตรของพระยาเวียงในนฤบาล (เจ็ก) และคุณหญิงเวียงในนฤบาล (แก้ว) เริ่มเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ และศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ และเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับคัดเลือกให้ไปศึกษาการบินที่ ประเทศฝรั่งเศส โดยขณะนั้นมียศเป็นนายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต
                   นายร้อยโท  ทิพย์  เกตุทัต  เริ่มฝึกบินด้วยเครื่องบินแบบนิเออปอรต์  ณ โรงเรียนการบินที่ มูร์ เมอะลอง เลอะกรังต์ กับนายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร ระหว่างฝึกบิน นายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต ได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินชนกันกลางอากาศในระยะสูง ๓๑ เมตร จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ณ เมืองแวร์ซายส์ เป็นเวลาถึง ๓ เดือนเศษ แต่ในที่สุดก็ฝึกสำเร็จวิชาการบิน เมื่อนวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๖ ได้รับบัตรนักบินฝรั่งเศสหมายเลข ๑๓๒๔

                   กลับถึงประเทศไทยในวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ และเข้ารับราชการใน กรมจเรทหารช่าง โดยรับผิดชอบด้านการบิน ณ สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร)
                   พ.ศ.๒๔๕๗ เป็นผู้ช่วยผู้บังคับการกองบินทหารบก ร่วมกับนายพันตรี  หลวงอาวุธสิขิกร
                   ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๘ ได้รับการยกย่องในประกาศกระทรวงกลาโหม จากงานประดิษฐ์ “หีบเครื่องเขียนใบแจ้งเหตุแบบเกตุทัต พ.ศ.๒๔๕๘” สำหรับส่งข่าวจากเครื่องบินได้สำเร็จ
                   ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๑ เป็นผู้บังคับการกองบิน กรมอากาศยานทหารบก ยศนายพันตรี และเป็นผู้บังคับการกองบินทหารบก กองทหารอาสา ในคราวไปราชการสงครามโลกครั้งที่ ๑ ที่ประเทศฝรั่งเศส
                   ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๖ เป็นปลัดกรมอากาศยาน
                   ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๒ เป็นผู้อำนวยการกองโรงงานอากาศยาน อัตรานายพันเอก
                   ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๙  ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต

ขอขอบคุณข้อมูลจาก พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ