Custom Search




บทความ
หน่วยอรินทราช 26 (อ่าน 1912/ตอบ 0)
               อรินทราช 26 เป็นหน่วยตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธและยุทธวิธีพิเศษ (Special Weapons And Tactics : S.W.A.T.) มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการพิเศษต่อภัยคุกคามที่เป็นอาชญากรรม และการก่อการร้าย ด้วยการแย่งชิงตัวประกัน การจับกุม ฯลฯ ตามแนว "การบริหารวิกฤตการณ์" (Crisis Management) โดยมีพื้นที่รับผิดชอบในเมืองหลวง และปริมณฑล เป็นหน่วยระดับ กองร้อย มีอุปกรณ์ครบมือเช่น ปืนยิงแห, ปืนไฟฟ้า, ปืนพก, ปืนลูกซอง, ปืนกลเบา, ปืนไรเฟิล, ระเบิดมือ, อุปกรณ์ต่อต้านการจลาจล ฯลฯ

               พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในขณะนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นถึงภัยคุกคามจากต่างประเทศ เช่น ผู้ก่อการร้ายสากล ท่านจึงมีดำริให้กรมตำรวจจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จึงได้จัดตั้งหน่วยนเรศวร 261 และ อรินราช 26 (โดยชื่อมาจาก อริ = ข้าศึก, ศัตรู + อินท = จอม, ผู้เป็นใหญ่ + ราช = พระราชา + 26 = ปีที่ก่อตั้ง พ.ศ. 2526) โดยแต่ต่างกันในเขตรับผิดชอบ และต้นสังกัด

                ปัจจุบัน อรินราช 26 อยู่ในสังกัด กองร้อยที่ 5 กองกับการ 2 ป้องกันและปราบปรามจราจล กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (กก.2 บก.ตปพ.) และขึ้นตรงกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น)


ภารกิจ หน้าที่

ยกตัวอย่างเช่น

  • ช่วยเหลือตัวประกัน
  • ควบคุมการก่อจลาจล
  • ปราบปรามอาชญากรรม
  • ต่อต้านการก่อการร้าย
  • ให้ความปลอดภัยบุคคลสำคัญ
  • เพิ่มการรักษาความปลอดภัยในจุดสำคัญ ในเวลาปกติ และเมื่อมีกิจกรรมพิเศษ

การฝึก

                อริทราช 26 มาจากผู้ที่เรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจหรืออาสาสมัครตำรวจ การฝึกในครั้งแรกไม่มีรูปแบบที่แน่นอน โดยได้รับการสนับสนุนครูฝึกจาก ตร. และยึดรูปแบบการปฏิบัติการเป็นทีม 5 คน เหมือนหน่วยปฏิบัติการพิเศษ GSG 9 ของประเทศเยอรมนี มีการฝึกการยิงปืนทางยุทธวิธี การฝึกพลแม่นปืน การปฏิบัติการทางน้ำ การต่อสู้ป้องกันตัว การขับขี่ยานพาหนะในรูปแบบต่างๆ เมื่อการฝึกรุ่นแรกสำเร็จ ก็มีการถ่ายทอดให้กับกำลังพลที่เข้าประจำการในกองร้อยปฏิบัติการพิเศษเรื่อย มา อีกทั้งมีการจัดส่งกำลังพลไปฝึกในหลักสูตรต่างๆ ของต่างประเทศและนำวิชาความรู้กลับมาถ่ายทอดให้กับกำลังพลที่อยู่ในหน่วย โดยจะทำการฝึกกันเองถ่ายทอดกันต่อๆ มา และได้มีการจัดแบ่งหลักสูตร ออกเป็น 5 หลักสูตร คือ

  1. หลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้ายสากล 24 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่บรรจุใหม่
  2. หลักสูตรทบทวนการต่อต้านการก่อการร้ายสากล 6 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่ประจำการอยู่ในหน่วย และฝึกทดสอบแผนปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย 1 สัปดาห์
  3. หลักสูตรการทำลายระเบิด 12 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่บรรจุในตำแหน่ง "พลเก็บกู้ทำลายระเบิด"
  4. หลักสูตรพลแม่นปืน 4 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่บรรจุในตำแหน่ง "พลซุ่มยิง"
  5. หลักสูตรผู้ชำนาญการอิเล็กทรอนิคส์ 12 สัปดาห์ สำหรับกำลังพลที่บรรจุในตำแหน่ง "ผู้ชำนาญการอิเล็กทรอนิคส์"

               นอกจากนี้ยังมีการฝึกต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น "แผนกรกฏ 48" การฝึกในสถานการณ์สมมุติ และการฝึกร่วมกับหน่วยงานอื่น


ชุดสำหรับปฏิบัติหน้าที่

                  ในการแต่งกายจะไม่สามารถเปิดเผยใบหน้าได้ ที่ชุดบริเวณไหล์ซ้าย มีอาร์มสีบานเย็น รูปสี่เหลี่ยมคางหมู ตรงกลางมีรูปอักขระยันต์ มีตัวหนังสือบอกหน่วยสังกัดว่า "ตำรวจนครบาล ปฏิบัติการพิเศษ" นั่นคือ "ตำรวจ 191" เนื้ออาร์มมีคำว่า "อรินทราช 26" บริเวณหน้าอก มีรูปโล่อยู่ตรงกลาง พื้นโล่สีดำแดง กลางโล่มีสายฟ้าสีขาว มีดอกชัยพฤกษ์สีทองพุ่งเข้าหาโล่จากด้านข้าง ข้างละ 6 ดอก สีพื้นของชุดจะเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีสำหรับหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยชุดแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  1. ชุดทำงานปกติ สามารถเห็นได้ทั่วไปตามจุดสำคัญ
  2. ชุดเวสสีน้ำเงิน ใช้สำหรับฝึกและเตรียมพร้อมก่อนปฏิบัติงาน
  3. ชุดเวสพร้อมอุปกรณ์ โดยจะมีอุปกรณ์ครบมือ ตั้งแต่หมวกกันกระสุน, เสื้อกันกระสุน, อาวุธอื่นๆ ที่เพิ่มเข้า
  4. ชุดปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย โดยชุดนี้จะเหมือนแบบที่ 3 เว้นแต่สีชุดที่เป็นสีดำ จะใส่ชุดนี้เมื่อต้องทำงานกับหน่วยงานอื่น (การสนธิกำลัง)

อาวุธประจำกาย

                 ในหน่วยงานราชการมีการเปลี่ยนแปลงแทนที่ยุทธภัณฑ์อยู่เสมอ สำหรับปืนสั้น เคยมีการใช้ Browning ปัจจุบันมีการใช้ Glock 19 และ HK P7M8 ส่วนอาวุธประจำกายคือ MP5 สำหรับบางคนจะใช้ปืนไรเฟิล หรือปืนลูกซองแทน ในการปราบจลาจลอาจมีการใช้โล่ และกระบอง หรือใช้กระสุนซ้อมมาแทนที่

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย



ประวัติหน่วยปฏิบัติการพิเศษ "อรินทราช๒๖"
โดย
พันตำรวจโทปรีชา  จินรัตน์  สารวัตรงานควบคุมยุทธการและการฝึก กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย
sample

อรินทราช26 ยังเป็นคำตอบสุดท้ายให้กับเหตุการณ์วิกฤตทั้งในเขต กรุงเทพฯและปริมณฑล



  1. ปี 2520 เกิดเหตุการณ์ก่อความไม่สงบเกิดขึ้นในประเทศไทย ทั้งการก่ออาชกรรมร้ายแรงและการก่อการร้ายสากลที่มีรูปแบบเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ พ.ต.อ.ชุมพล  อัตถศาสตร์ ผู้กำกับการป้องกันและปราบปรามจลาจล. จึงได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ขึ้น ซึ่งมีชื่อว่า ANTI-HIJACKER  โดย คัดเลือกข้าราชการตำรวจในหน่วยที่ความพร้อมทั้งทางร่างกายจิตใจและสติปัญญา ตามคุณสมบัติที่ได้กำหนด มาทำการฝึกเพื่อรองรับภารกิจที่เป็นรูปแบบ ในการฝึกครั้งนั้นยังไม่มีงบประมาณช่วยเหลือแม้แต่ค่าอาหารของผู้เข้ารับการ ฝึก ดังนั้นในการฝึกจึงถือได้ว่าเป็นการฝึกด้วยจิตใจ และอุดมการณ์อย่างแท้จริง
              ต่อมาเมื่อ พ.ต.อ.ชุมพล  อัตถศาสตร์  ได้รับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งหน่วยงานอื่น  หน่วยปฏิบัติการพิเศษจึงได้เปลี่ยนแปลงไป
              ปี พ.ศ. 2526 เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายสากล และการก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะใน กรุงเทพมหานคร  พล.ต.ต.ทิพย์   อัศว รักษ์ ผู้บังคับการสายและปฏิบัติการพิเศษ จึงได้รื้อฟื้นหน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้นมาใหม่ โดยเสนอขออนุมัติแผนการฝึก อรินทราช 26 ต่อกรมตำรวจ  ซึ่งต่อ มาในปี พ.ศ.2526 กรมตำรวจจึงสั่งให้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้น ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไว้เพื่อป้องกันเหตุการณ์ก่ออาชญากรรมร้ายแรงทุกรูปแบบ การก่อความไม่สงบต่อประเทศ การลักลอบการก่อ     วินาศกรรม ต่อสถานที่ราชการหรือสถานที่ต่างต่าง ๆ การปราบปรามการจี่ยึดอากาศยาน การต่อต้านการก่อการร้ายในเมืองทุกรูปแบบ รวมทั้งการอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ
              ความหมายของ อรินทราช 26 ราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมาย ของคำว่า “อรินทราช” ไว้ดังนี้
              คำ ว่า “อรินทราช” เป็นคำที่ประกอบด้วยคำว่า “อริ” แปลว่า ข้าศึก กับคำว่า “อินทร” แปลว่า จอมหรือผู้เป็นใหญ่ และคำว่า “ราช” ซึ่งแปลว่าพระเจ้าแผ่นดิน ดังนั้นเมื่อรวมกันแล้วจึงแปลว่า “พระราชาผู้เป็นใหญ่เหนือศรัตรูทั้งหลาย”
    sample

    ิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิิ                                                    รวมถึงการอารักขาบุคคลสำคัญ

    ภารกิจการต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบและสนับสนุนกำลังของหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ  การ แก้ไขปัญหาอาชญากรรมร้ายแร้งซึ่งเกินความสามารถของตำรวจท้องที่ การแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบต่อประเทศชาติ การแก้ปัญหาการจับตัวประกัน การเรียกค่าไถ่ อารักขาและรักษาความปลอดภัยให้บุคคลสำคัญทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ภารกิจอื่นที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ
    การ คัดเลือกบุคคลเข้าฝึกและประจำหน่วย ต้องผ่านการทดสอบร่างกายและจิตใจ ผ่านการทดสอบความฉลาดทางอารมณ์ ผ่านหลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้าย 24 สัปดาห์ การฝึกหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย จากอดีตถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2553) มีกำลังพลที่สำเร็จหลักต่อต้านการก่อการ้าย ทั้งสิ้น 5 รุ่น คือ
              รุ่นที่ 1  ทำการฝึกเมื่อปี พ.ศ. 2527
              รุ่นที่ 2  ทำการฝึกเมื่อปี พ.ศ. 2533
              รุ่นที่ 3  ทำการฝึกเมื่อปี พ.ศ. 2540-2541
              รุ่นที่ 4  ทำการฝึกเมื่อปี พ.ศ. 2546
              รุ่นที่ 5  ทำการฝึกเมื่อปี พ.ศ. 2550 (ร่วมกับนเรศวร 261)
              ผู้ ผ่านหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้ายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ มีลักษณะดาวรี ภายในมีรูปหัวธนูอยู่ตรงกลาง ลักษณะของหัวธนูขอบเป็นสีเงิน มีรูปสายฟ้าฟาดอยู่กึ่งกลาง ขนาบข้างด้วยพื้นสีดำและสีเลือดหมู ส่วนด้านซ้ายและด้านขวาของรูปหัวธนู มีรูปช่อชัยพฤกษ์สีทอง ช่อละหกดอก วางตามแนวนอนข้างละหนึ่งช่อ 
  2. การ ปรับภารกิจ ปี พ.ศ. 2538 กรมตำรวจในขณะนั้นได้ปรับภารกิจของกรมตำรวจในการรับผิดชอบภารกิจการต่อต้าน การก่อการร้าย ให้เหลือเพียงหน่วยเดียว คือ หน่วย ปฏิบัติการพิเศษ นเรศวร 261 เพื่อลดงบประมาณและความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน  กรม ตำรวจจึงมีความสั่งให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช 26 ให้มีหน้าที่รับผิดขอบภารกิจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมสำคัญรวมทั้งการ แก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยปรับภารกิจการต่อต้านการก่อการร้ายสากลออกไป ช่วงระยะเวลาที่ไม่ได้รับผิดชอบการต่อต้านการก่อการร้ายสากลนั้น หน่วยปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช 26 ได้คงความเป็นหน่วยเอาไว้และฝึกกำลังพลอยู่ตลาดเวลา โดยเชิญวิทยาจากหน่วยต่าง ๆ มาให้ความรู้และส่งกำลังพลออกไปฝึกหลักสูตรต่าง ๆ นอกหน่วย ร่วมทั้งให้รับการสนับสนุนจาก สถานเอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกา  ออสเตรียและเยอรมันประจำประเทศไทย ได้ส่งข้าราชการตำรวจในหน่วยไปทำการฝึกในประเทศนั้น ๆ

              ต่อมา ปี พ.ศ. 2545 พล.ต.อ.สันต์   ศรุตรานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 รับผิดชอบภารกิจต่อต้านการก่อการร้ายสากลตามเดิม

              ผลงานและภารกิจที่ได้รับมอบหมาย “การแก้ไขปัญหานักโทษก่อความไม่สงบในเรือนจำบางขวาง  การ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยไฟไหม้ในอาคารบิ๊กเวล โดยปฏิบัติงานร่วมกับ กองบินตำรวจ การแก้ไขปัญหาการจับตัวประกันในท้องที่ต่าง ๆ การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมร้ายแรงในท้องที่ต่าง ๆ การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ การรักษาความปลอดภัยในการจัดประชุมและการแข่งขันกีฬาในระดับชาติ การแก้ไขปัญหานักศึกษาพม่าบุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี นอกจากนี้ หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นและจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

              ต่อ มา ปี พ.ศ. 2552 ได้มีการปรับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความเหมาะสมกับสภาพของงาน จึงได้ตราพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552   และ อาศัยความตามในมาตรา 5 และมาตรา 10 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2547 นายกรัฐมนตรีออกกฏกระทรวงแบ่งส่วนราชการระดับกองบังคับการหรือหน่วยงานที่ เรียกชื่ออย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงมีผลให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ “อรินทราช 26 “ ยกฐานะขึ้นเป็น” กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย”ภายใต้สังกัด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล

              กอง กำกับการต่อต้านการก่อการร้าย มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ต่อต้านการก่อการร้ายในเมือง การอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่สำคัญ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การฝึกอบรมให้กับบุคลากรทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนป้องกันและปราบปรามการกระทำของกลุ่มชนอันจะเป็นเหตุที่จะก่อให้เกิด ความไม่สงบเรียบร้อยและสนับสนุนกำลังตำรวจท้องที่ในการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมงานป้องกันการก่อวินาศกรรมในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัดเมื่อได้รับการร้องขอโดยได้รับคำสั่งอนุมัติจากผู้บังคับ บัญชา โดยปฏิบัติหน้าที่ดังนี้

    1.งานธุรการและงานสารบรรณ รวมทั้งจัดทำสถิติงานเข้า-ออกของกองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย

    2.งานต่อต้านการก่อการร้ายสากล

    3.งานต่อต้านและปราบปรามก่อการร้ายในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดในเขตพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลโดยปฏิบัติทั้งทางบกและทางน้ำและทางอากาศ

    4.งานรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่สำคัญ

    5.งานกู้ชีพและภัยต่าง ๆ

    6.รวบข้อมูลข่าวสารและปฏิบัติการด้านการข่าวที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย

    7.สนับสนุนการเป็นวิทยากรและการฝึกอบรมให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

    8.งาน ค้นหาและเก็บกู้ พิสูจน์ทราบ ทำให้ปลอดภัย ซึ่งวัตถุระเบิดในสถานที่สงสัยว่าจะมีหรือได้รับแจ้งงานตรวจสถานที่ เกิดเหตุ ในกรณีที่มีเหตุระเบิดขึ้น  งานป้องกันการก่อวินาศกรรมในเขต กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึง ต่างจังหวัด

    9.งานสนับสนุนกำลังพลเข้าร่วมการฝึกกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายตามวงรอบประจำปี

    10.ปฏิบัติการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากลเมื่อมีเหตุการณ์ก่อการ

              ตั้งแต่ เริ่มก่อตั้ง “หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26” มาจนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย” มีผู้บังคับบัญชาที่เป็นหัวหน้าหน่วยดังนี้

              1.ร้อยตำรวจเอกมนตรี   ชมสาคร           พ.ศ.2528-2530

              2.พันตำรวจตรีอลงกรณ์   หทัยทยานยุทธ   พ.ศ.2530-2536

              3.พันตำรวจตรีลือชัย      สุดยอด           พ.ศ.2536-2540

              4.พันตำรวจตรีไพฑูรย์     มณีอินทร์         พ.ศ.2540-2545

              5พันตำรวจโทอารี         สินธุรา            พ.ศ.2545-2546

              6.พันตำรวจตรีธีรชาติ     ธีรชาติธำรง      พ.ศ.2546-2550

              7.พันตำรวจตรีชัยฏิภูมิ    อำนวยชัย        พ.ศ.2550-2551

              8.ร้อยตำรวจเอกรัชยุตม์ วัชรโกมลมาศ      พ.ศ.2551-2552

             วัน ที่ 7 กันยายน 2552 หน่วยปฏิบัติการ”อรินทราช 26”ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “กองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย” โดยมี พันตำรวจเอกไพฑูรย์  มณีอินทร์ เป็นผู้กำกับการ คนแรกจนถึงปัจจุบัน